Home News E-Commerce ขายของบนเว็บไซต์ หรือ ขายของบน Facebook ดี?

ขายของบนเว็บไซต์ หรือ ขายของบน Facebook ดี?

9 second read
0
0
745

ผู้ประกอบการหลายๆท่าน อาจจะเคยไม่แน่ใจว่าการขายของออนไลน์ จะใช้เป็นเว็บไซต์ขายของ หรือขายบน Facebook ดี แล้วถ้าเรามีเพจขายของอยู่แล้ว เราควรมีหน้าเว็บด้วยมั้ย? แล้วเว็บไซต์ควรเป็นเว็บไซต์ที่สร้างเอง หรือสมัครใช้บริการเว็บขายของดี เพื่อเป็นการตัดสินใจว่าจะขายแบบไหน? ลองมาดูข้อดี ข้อเสีย ในการทำการตลาดทั้ง 2 แบบค่ะ

การขายบนเว็บไซต์ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ

1.ขายของบนเว็บไซต์ของตัวเอง โดยอาจจะจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ หรือทำเองหากมีพื้นฐานการทำเว็บไซต์
2.ขายของบนเว็บไซต์ผู้ให้บริการ แบบเปิดร้านค้าออนไลน์เว็บไซต์สำเร็จรูป เพียงแค่เช่าบริการแล้วแต่ผู้ให้บริการจะกำหนดราคาไว้เท่าไร จำกัดการใช้งานมาก/น้อย ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ วิธีนี้จะง่ายเพียงคุณสมัครแล้วเข้าไป กรอกข้อมูลร้านค้า ใส่สินค้าตามที่ระบบกำหนด แบบที่นิยมทำกันเพราะผู้ประกอบการส่วนมากจะไม่ทราบข้อมูลถึงการทำเว็บไซต์อย่างละเอียด เน้นค้าขายแบบง่ายๆ ทำตามๆกันไปแบบไทยนิยม

responsive-theme

1.ขายของบนเว็บไซต์ของตัวเอง

ข้อดี ของการขายของในเว็บไซต์ของตัวเอง สามารถปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ได้ตามใจชอบ ให้เหมาะสมเข้ากับสินค้าของเรา นอกจากจะสามารถสร้างระบบร้านค้าออนไลน์ ลูกค้าหยิบสินค้าใส่ตะกร้าภายในระบบร้านค้า ผู้ขายรับออเดอร์ผ่านทางระบบ รอการแจ้งชำระเงิน และส่งสินค้าเป็นอันเสร็จกระบวนการขายแล้วนั้น  การทำเว็บไซต์เป็นของตัวเองในข้อนี้ ยังบ่งบอกภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวสินค้าด้วยนะคะ ไม่ใช่ทำเล่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าการเปิดเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ผู้บริโภคมองถึงความเป็นมืออาชีพ มีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองชัดเจน เด่นชัด เพราะนั่นหมายถึงภาพลักษณ์โดยรวมที่ดีทั้งหมดขององค์กร ที่เราจะนำเสนอสินค้าออกสู่ตลาดทั้งภายใน และภายนอกประเทศค่ะ (ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่จริงจัง มีแบรนด์สินค้าสินค้าของตัวเอง มีบริษัท ควรจะคำนึงถึงจุดนี้ ควรจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองค่ะ สำคัญมากนะคะ)  และเหนือสื่งอื่นใดเลย ข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์ของคุณ จะเป็นความลับรู้เพียงแต่เจ้าของกิจการเท่านั้นที่เป็นผู้ดูแลระบบ หากในอานาคตต้องการขยับขยายกิจการ ขยายสาขาเว็บไซต์ให้ใหญ่ขึ้น รองรับสินค้าที่มากขึ้น ก็สามารถพัฒนาระบบได้ต่อเนื่อง ทันยุคทันสมัยบนโลกอินเตอร์เน็ต นั่นคือจุดเด่นหลายๆอย่างค่ะ

ข้อเสีย ของการขายของในเว็บไซต์ของตัวเอง
เห็นจะมีแต่เรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ ซึ่งน้อยนิดมาก หากเทียบกับการเปิดหน้าร้านค้าจริง ที่ต้องเสียค่าบริการแน่ๆในจุดนี้
 1. ต้องมีค่าโดเมนราคาไม่เกิน 400 บาท ต่อปี จดโดเมน .com ราคาไม่เกินนี้ค่ะ
 2. ค่าโฮสติ้งราคาขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป ต่อปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานจริงของเว็บไซต์
 3. ค่านักออกแบบเว็บไซต์ขั้นต่ำ 2,500 - 10,000 บาทขึ้นไป ราคาจัดทำเว็บไซต์ขั้นต่ำนี้ ใช่ว่าคุณจะได้คุณงานภาพอลังการงานสร้างนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและความต้องการขององค์กรบริษัทคุณค่ะ ว่าต้องการรูปแบบเว็บไซต์ประมาณไหน บริษัทรับทำเว็บไซต์จะประเมินราคาให้กับคุณ
 4. ค่าโปรแกรมเมอร์สำหรับการพัฒนาระบบ หากระบบมีการทำงานที่ซับซ้อนตามผู้ประกอบการสั่งทำ หรือปรับปรุงเว็บไซต์ในอานาคต ซึ่งประเมินราคาออกมาไม่ได้ ขึ้นอยู่กับขอบเขตของงาน แต่หากควบคุมการทำงานสอบถามราคาก่อนจัดทำ ก็จะได้ข้อสรุปในส่วนนี้ได้ไม่ยากค่ะ

2.ขายของบนเว็บไซต์ผู้ให้บริการ

ข้อดี ของบนเว็บไซต์ผู้ให้บริการแบบเปิดร้านค้าออนไลน์เว็บไซต์สำเร็จรูป สะดวกสำหรับผู้ที่ทำเว็บไซต์ไม่เป็น เน้นความรวดเร็ว สมัครสมาชิกจ่ายเงินตามแพกเกจผู้ให้บริการกำหนด ลงสินค้าและขายได้เลยหลังการชำระเงิน และระบบอนุมัติ  ซึ่งสมัยนี้ก็จะมีการทำการตลาดสำหรับเว็บผู้ให้บริการแบบเปิดเช่าร้านค้าออนไลน์ มีให้ทดสอบใช้งานฟรี แต่อาจจะอยู่ในข้อจำกัดตามเงื่อนไขผู้ให้บริการรายนั้นๆ

ข้อเสีย ของบนเว็บไซต์ผู้ให้บริการแบบเปิดร้านค้าออนไลน์เว็บไซต์สำเร็จรูป
 1. คู่แข่งเยอะ เพราะแน่นอนว่าเป็นศูนย์รวมร้านค้าต้องมีหลายร้านอยู่ในที่ระบบเว็บเดียวกัน
 2. หน้าตาเว็บไซต์ซ้ำๆกันไปหมดไม่มีโดดเด่น เปลี่ยนแปลลงได้อย่างมากอาจจะเป็น Logo และป้ายร้านเว็บไซต์
 3. ลงสินค้าได้แบบจำกัด ตามแพกเก็จผู้ให้บริการกำหนดขึ้นอยู่กับราคาเช่าใช้บริการ
 4. ไม่สามารถสร้างชื่อเว็บไซต์ได้ ตรงส่วนนี้อาจจะขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข ผู้ให้บริการจะกำหนดแพกเก็จ เช่าแบบไหนถึงสามารถใช้ชื่อเว็บไซต์ ยิ่ง DNS เข้ามาเรียกใช้งานผ่านระบบได้นะคะ
 5. ข้อมูลบนเว็บไซต์แบบเช่าเปิดร้านสำเร็จรูปไม่เป็นความลับ เพราะผู้ให้บริการจะเห็นข้อมูลส่วนนี้หมด จะมีผู้ควบคุมระบบเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งจะเห็นการเคลื่อนไหวในแต่ละร้านค้าแน่นอนค่ะ ว่ามีกระบวนการสั่งซื้อ หรือขายอะไรไปบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับระบบผู้เขียนด้วยนะคะ ว่าจะออกแบบระบบมาแบบไหน แต่ละที่เขียนะระบบไม่เหมือนกันค่ะ แต่การทำงานจะคล้ายๆกัน
 6. มีค่าใช้จ่ายในการโฆษณา พอเว็บไซต์ที่ให้บริการมีผู้ใช้เยอะๆ เขาก็จะมีลูกเล่นในการเก็บค่าบริการจากคุณ หนึ่งในนั้นก็คือการเก็บค่าโฆษณาเพื่อให้ร้านของคุณไปแสดงอยู่เหนือร้านของคนอื่นๆ หรือแสดงอยู่ที่หน้าเว็บไซต์หลักของผู้ให้บริการค่ะ (เงินทั้งงั้น)
 7. ลูกค้าน้อย เพราะคนส่วนมากเขาไปนั่งเล่นเฟสบุ๊ค เล่นอินสตาแกรม เล่นไลน์กันอยู่ คนที่มาเข้าเว็บไซต์ที่มีร้านขายของก็เลยเป็นคนที่ตั้งใจเข้ามาซื้อของจริงๆ ซึ่งก็มีจำนวนน้อย จากจำนวนที่น้อยอยู่แล้ว คุณก็ต้องแข่งกับร้านอื่นๆ ที่คอยแย่งลูกค้าไปจากคุณอีก สุดท้ายลูกค้าที่เหลือมาถึงร้านคุณก็ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่เลย

facebook-logo

เปิดร้านค้าขายสินค้าบน Facebook

การขายของในเฟสบุ๊ค หมายถึง ทั้งคนที่ขายของผ่านเพจร้านค้าออนไลน์ และคนที่ขายขอในหน้าเฟสบุ๊คของตัวเองด้วยนะคะ

ข้อดี ของการขายของบน Facebook สะดวกใช้งานง่าย เข้าถึงลูกค้าง่ายโดยระบบโฆษณาของ Facebook ที่มีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นคนส่วนมากก็จะใช้งานเฟสบุ๊คเป็น เพราะฉะนั้นการพูดคุยหรืออัพโหลดรูปภาพในเฟสบุ๊คนั้นก็เป็นเรื่องง่าย ซึ่งในยุคนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆค่ะในการทำการตลาดบน Facebook เพราะเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ที่สำคัญระบบให้ใช้งานฟรีเสียด้วยสิคะ ฮาๆ ตรงนี้คงถูกใจใครหลายๆคน เพียงแค่สมัครเฟสบุ๊คด้วยอีเมล ไม่กี่ขั้นตอน ก็เปิดร้านค้า/เปิดเพจทำการตลาดได้แล้ว ถามว่าจำเป็นไหมสำหรับการทำการตลาดบน Facebook จำเป็นมากค่ะในยุคนี้ สะดวกทั้งผู้ขายและผู้ซื้อค่ะ

ข้อเสีย ของการขายของบน Facebook
คู่แข่งเยอะเช่นกัน ยิ่งเฟสบุ๊คให้ใช้ฟรี ยิ่งมีคนใช้เยอะค่ะ ขึ้นอยู่กับคุณจะทำการตลาดแบบไหน ให้ดึงลูกค้ามาที่เพจของคุณได้มากที่สุด คุณต้องวางแผนธุรกิจ และวางแผนการตลาดให้ดี เพราะในระบบ Facebook การทำโฆษณาไม่ใช่ถูกๆนะคะ หลายบาทอยู่ต่อการกด Like ตรงนี้เค้ามีเงื่อนไขกำหนดราคาไว้ให้เลย

hm_why_onlinestore

สรุปโดยรวม ขายของออนไลน์ในเว็บไซต์ หรือ ในเฟสบุ๊คดี? ส่วนตัวแล้ว หากจะให้แนะนำควรจะมีเว็บไซต์หลักในการติดต่อ เพื่อเชื่อมการติดต่อควบคู่กันไปกับ Facebook ค่ะ รับรองการตลาดของคุณครบวงจรให้ได้ผลสำเร็จอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องศึกษาข้อมูลการขายให้ได้ประสิทธิภาพควบคู่กันไปด้วยนะคะ

ส่วนจะเลือกทำเว็บไซต์ แบบที่ 1 หรือ แบบที่ 2 นั้น ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการค่ะ จะเลือกแบบไหน ศึกษาก่อนการลงทุนจะได้ไม่เสียเวลา เสียเงินโดยใช่เหตุ แต่ก็ถือว่าการค้าขายบนเว็บไซต์ ยังเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนต่ำมากๆ มากถึง 100% เทียบเท่ากับการเปิดหน้าร้านค้าหลักรอคนเข้ามาซื้อสินค้านะคะ ซึ่งยุคนี้คนออกจากบ้านน้อยค่ะ สังเกตจากการบริโภคจากตัวเราเองก่อนเป็นหลัก จะมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนค่ะ ว่าสิ่งที่อธิบายไปจริงหรือไม่?

Load More Related Articles
Load More By Goi
Load More In E-Commerce

แสดงความคิดเห็น ถาม-ตอบ

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!

แจ้งเตือน
avatar
wpDiscuz